สวัสดีครับเพื่อนฝูงชาวเต็นท์และผู้ประกอบการทุกท่าน ปี 2568 (2025-2026) นี้ ต้องยอมรับตรงๆ ว่าเป็น "ปีปราบเซียน" ของจริงสำหรับวงการเรา หลายคนเริ่มบ่นอุบว่า ทำไมรถที่ซื้อเข้าช่วงนี้ถึงระบายออกยาก จอดแช่นานกว่าเดิม หรือบางคันขายออกไปได้ก็แทบไม่เห็นกำไร
วันนี้ผมไม่ได้มาขายของ แต่จะมาชวนคุยแบบเจาะลึกในฐานะคนวงการเดียวกันว่า "เงินมันหายไปไหน" และเราจะปรับแผนการรับซื้อรถยนต์ และขายออกอย่างไร ให้อุดรอยรั่วและกลับมาทำกำไรได้ในยุคที่ตลาดผันผวนขนาดนี้ครับ
รูรั่วที่ 1: สงครามราคา EV และรถใหม่ป้ายแดง
ต้องยอมรับว่าปัจจัยที่เล่นงานเราหนักที่สุดในช่วงข้ามปีที่ผ่านมาคือ "สงครามราคา" (Price War) ครับ
- สถานการณ์ : โดยเฉพาะค่ายรถ EV จากจีนที่หั่นราคาชนิดที่คนซื้อรถมือหนึ่งยังช็อค แล้วคนทำธุรกิจรถมือสองจะเหลืออะไร?
- ผลกระทบ : เมื่อราคารถใหม่ดิ่งลง ราคากลางของตลาดรถมือสองก็ต้องปรับฐานลงตามไปด้วย ทำให้สต็อกเก่าที่เราเคยรับซื้อรถมือสอง เข้ามาในราคาสูงก่อนหน้านี้ กลายเป็น "ติดดอย" ขาดทุนกำไรทันที
- ข้อมูลสนับสนุน : แหล่งข่าวเศรษฐกิจระบุว่า ราคารถมือสองปรับตัวลดลงเฉลี่ยถึง 10-20% ในบางรุ่น ถ้าร้านไหนยังใช้วิธีตีราคาแบบเดิม ไม่เช็กราคากลางรายสัปดาห์ บอกเลยว่าเจ็บตัวแน่นอน
รูรั่วที่ 2: กับดักสินเชื่อและภูเขาน้ำแข็ง NPL
อีกรูรั่วที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือ "กำลังซื้อที่หายไปจากระบบ" ไม่ใช่ลูกค้าไม่อยากได้รถ แต่ปัญหาคือ "กู้ไม่ผ่าน"
- สถานการณ์ : หนี้ครัวเรือนไทยยังพุ่งสูงทะลุเพดาน ส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
- ผลกระทบ : ไฟแนนซ์เข้มงวดสุดๆ ปล่อยยาก ยึดง่าย ทำให้รถที่เราอุตส่าห์ขายได้แล้ว ต้องมายกเลิกเคสทีหลัง เสียทั้งเวลาและโอกาสการขาย
วิธีอุดรอยรั่ว: ปรับกลยุทธ์ "รับเข้า" และ "ระบายออก"
บ่นไปก็ไม่ได้ตังค์ครับ มาดูวิธีแก้เกมกันดีกว่า ว่าจะบริหารเต็นท์เรายังไงให้รอดและกลับมาปัง
- คัดเกรดให้เนี๊ยบ (Quality Over Quantity) : ยุคนี้หมดเวลาของการรับซื้อรถยนต์ แบบเหมาเข่งแล้วครับ เราต้องสวมวิญญาณนักคัดกรอง เบนเข็มไปหารถ "เกรด A" ไมล์น้อย ประวัติศูนย์ชัดเจน หรือรถรุ่นยอดนิยม (High Demand Models) เพราะต่อให้เศรษฐกิจแย่ คนมีกำลังซื้อก็ยังมองหา "ของดี" ซึ่งไฟแนนซ์มักจะอนุมัติง่ายกว่ารถสภาพก้ำกึ่งด้วย
- สร้าง Trust คือกำไรที่ยั่งยืน : แก้ความกลัวย้อมแมวด้วย "ความโปร่งใส" ครับ การมีใบ Inspection รับรองสภาพจากคนกลาง หรือการรับประกันหลังการขายที่ชัดเจน จะช่วยปิดการขายได้ไวกว่าการลดราคาแข่งกัน นอกจากนี้ การทำคอนเทนต์ให้ความรู้จะช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่พร้อมซื้อกับเราโดยไม่ต่อรองราคามาก
- บริหาร Cash Flow ให้เหมือนลมหายใจ : กฎเหล็กคือ "อย่าจมทุนนาน" ถ้ารถคันไหนจอดเกิน 45-60 วันแล้วยังนิ่ง ต้องรีบระบายออกเพื่อดึงเงินสดกลับมาหมุนเวียน แม้จะได้กำไรน้อยหน่อย หรือเท่าทุน ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ราคาตลาดลากลงไปจนขาดทุนครับ
บทสรุป: ปรับตัวไว คือผู้รอด
สุดท้ายนี้ วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้ฆ่าทุกคน แต่จะคัดกรอง "ตัวจริง" ให้อยู่รอดครับ นโยบายการรับซื้อรถยนต์ ในพ.ศ. นี้ ต้องใช้ Data นำความรู้สึก ดูทิศทางลมให้ขาด ทั้งราคารถใหม่และนโยบายไฟแนนซ์ ใครปรับตัวได้ไว หันมาเน้นคุณภาพและบริการ เชื่อผมเถอะครับว่า กำไรที่เคยหายไป จะไหลกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน
