สวัสดีค่ะ ว่าที่เจ้าของแบรนด์ความงามทุกคน! เชื่อว่าหลายคนมีความฝันอยากเห็นโลโก้ของตัวเองอยู่บนตลับคุชชั่นสวยๆ หรือแท่งลิปสติกสีปังๆ ใช่ไหมคะ?
แต่พอเริ่มก้าวขาเข้ามาคุยกับผู้ผลิต ก็มักจะเจอกับศัพท์เทคนิคที่ทำเอามึนตึ้บ โดยเฉพาะคำถามโลกแตกที่ว่า "คุณลูกค้าอยากได้แบบ Custom Formula หรือ Standard Formula คะ?"
วันนี้เราจะมาแกะเปลือก 2 คำนี้ให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องปีนบันไดแปล รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณจะเดินเข้าไปคุยกับ โรงงานผลิตเครื่องสำอาง ได้อย่างมั่นใจและดูโปรสุดๆ ไปเลยค่ะ!
1. Custom Formula: งานสั่งตัดสุดเป๊ะ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียว
จินตนาการเหมือนเราไปร้านตัดชุดราตรีค่ะ Custom Formula คือการที่คุณบอกช่างได้หมดว่า "ขอแขนกุด ผ้าซาติน ปักเลื่อมตรงนี้" ในโลกเครื่องสำอางก็เหมือนกัน คือการพัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่ 100% (From Scratch) เพื่อแบรนด์คุณโดยเฉพาะ
เหมาะกับใคร? สาวๆ ที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน อยากเป็นผู้นำเทรนด์ หรืออยากแก้ Pain Point ที่ของในตลาดยังทำไม่ได้ เช่น "อยากได้ลิปแมตต์ที่ทาแล้วปากไม่แห้งลอก แต่อยากให้มีรสหวานนิดๆ" หรือ "คุชชั่นงานผิวสำหรับสาวไทยที่คุมมัน 24 ชม. แต่ผิวดูฉ่ำโกลว์"
ข้อดีที่เลิฟเลย
- Uniqueness ขั้นสุด: ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร คู่แข่งก๊อปปี้ยากมาก เพราะนี่คือสูตรลับเฉพาะของเรา
- คุมได้ทุกดีเทล: จะใส่สารสกัดตัวแพง ใส่กลิตเตอร์เม็ดเล็กเม็ดใหญ่ หรือจะทำเฉดสีเฉพาะ 50 เฉด ก็สั่งได้ตามใจ
- ภาพลักษณ์แบรนด์ดูแพง: Story ของแบรนด์จะแน่นมาก เพราะเราเคลมได้เต็มปากว่า "คิดค้นมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ"
สิ่งที่ต้องแลก (ข้อควรระวัง)
- งบต้องถึง: ค่า R&D (วิจัยและพัฒนา) ไม่ใช่เล่นๆ แถมค่าเปิดบิลผลิต (MOQ) มักจะสูง เพราะโรงงานต้องสั่งวัตถุดิบพิเศษมาเพื่อเรา
- เวลานานกว่า: กว่าจะเทสต์สูตร กว่าจะผ่าน อย. อาจใช้เวลา 6 เดือน - 1 ปี ใครรีบเกาะกระแสอาจจะไม่ทันกิน
- ความเสี่ยงในการลองผิดลองถูก: สูตรใหม่อาจต้องปรับแก้หลายรอบกว่าจะลงตัว
2. Standard Formula: สูตรสำเร็จพร้อมเสิร์ฟ สวยด่วนทันใจ
อันนี้ฟีลเหมือนเดินเข้าช็อปเสื้อผ้าแบรนด์ดัง หยิบชุดที่ตัดเย็บมาดีแล้วมาแมตช์กับเครื่องประดับของเราเอง Standard Formula คือสูตรมาตรฐานที่โรงงานผลิตเครื่องสำอาง เขาทำวิจัยมาแล้วว่า "สูตรนี้ดี สูตรนี้ขายดี" หน้าที่ของเราคือเลือกสูตรที่ชอบ แล้วอาจจะขอปรับแต่งนิดหน่อย เช่น เปลี่ยนกลิ่น เปลี่ยนสี หรือเติมสารสกัด Active บางตัวลงไป (เรียกว่า White Label / Private Label)
เหมาะกับใคร? มือใหม่หัดสร้างแบรนด์, คนที่งบจำกัดแต่อยากเริ่มทันที, หรือคนที่อยากเกาะกระแส TikTok แบบด่วนจี๋ เช่น ตอนนี้เทรนด์ "บลัชออนเปลี่ยนสีตามค่า pH" กำลังมา ก็จิ้มสูตรผลิตขายได้เลย
ข้อดีที่เลิฟเลย
- เริ่มง่าย งบสบายกระเป๋า: ไม่ต้องจ่ายค่าวิจัยสูตรแพงๆ เพราะโรงงานเขามีสูตรอยู่แล้ว
- ผลิตไวทันใจวัยรุ่น: สูตรพร้อม อย. อาจจะพร้อม หรือยื่นจดแจ้งแป๊บเดียว อีก 1-3 เดือนของก็พร้อมวางขาย
- ความเสี่ยงต่ำ: เพราะเป็นสูตรที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า "เสถียร" เนื้อไม่แยกชั้น สีไม่เพี้ยน มั่นใจในคุณภาพได้ระดับหนึ่ง
สิ่งที่ต้องแลก (ข้อควรระวัง)
- ความซ้ำจำเจ: เนื้อสัมผัสอาจจะคล้ายกับแบรนด์อื่นในตลาดที่จ้างโรงงานเดียวกัน ความแตกต่างจึงต้องไปสู้กันที่ "แพ็กเกจจิ้ง" และ "การตลาด" ล้วนๆ
- ปรับได้ไม่เยอะ: เหมือนซื้อข้าวแกง จะขอให้แม่ครัวเปลี่ยนจากน้ำปลาเป็นเกลือหิมาลัยก็คงยาก เพราะเขาทำหม้อใหญ่ไว้แล้ว
เช็คลิสต์วัดใจ: เลือกแบบไหนให้ธุรกิจปัง?
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราลองมาดูกรณีศึกษาแบบสั้นๆ กันค่ะ สมมติว่าคุณกำลังมองหาโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เพื่อทำแบรนด์ของตัวเอง
Case A: สาย Innovator (เน้นนวัตกรรม) คุณอยากทำ "แป้งพัฟผสมรองพื้นที่มีนวัตกรรมเบลอรูขุมขนแบบใหม่ พร้อมสารสกัดกันแสงสีฟ้า" คำตอบ: ไปทาง Custom Formula เลยค่ะ เพราะสูตรมาตรฐานทั่วไปอาจจะไม่มีฟังก์ชันซับซ้อนขนาดนี้ คุณต้องยอมแลกเวลาและเงินทุน เพื่อให้ได้ของที่เป็น Signature จริงๆ
Case B: สาย Smart Merchant (เน้นขายไว) คุณเป็นแม่ค้าออนไลน์ เห็นเทรนด์ "ลิปกลอสปากฉ่ำ" กำลังมาแรง อยากได้ของมาขายให้ทันเดือนหน้า งบมีจำกัด คำตอบ: จิ้ม Standard Formula ด่วนๆ ค่ะ เลือกเนื้อกลอสที่ชอบจากแคตตาล็อกโรงงาน เลือกสีที่ฮิต แล้วไปทุ่มงบกับการถ่ายรูปสวยๆ จ้าง Influencer รีวิว รับรองยอดขายถล่มทลาย
ไม่มีถูกผิด มีแต่ "เหมาะสม"
การเลือกสูตรสกินแคร์หรือเมคอัพ ไม่มีคำว่าสูตรไหนดีที่สุดหรอกค่ะ มีแต่สูตรที่ "เหมาะกับสเตจของธุรกิจเราที่สุด"
- ถ้าเพิ่งเริ่ม Standard Formula คือสนามฝึกซ้อมที่ดี ช่วยเซฟเงิน เซฟเวลา ให้เราได้ลองตลาด
- ถ้าแบรนด์เริ่มติดลมบน หรือมีทุนหนา Custom Formula คืออาวุธลับที่จะทำให้คุณเป็นตำนานในวงการ
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน หัวใจสำคัญคือการเลือกพาร์ทเนอร์ค่ะ การได้ร่วมงานกับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ที่มีความเป็นมืออาชีพ เข้าใจความต้องการของเรา และให้คำปรึกษาได้อย่างจริงใจ จะช่วยให้การทำแบรนด์ของคุณราบรื่นขึ้นอีกเป็นกอง
ขอให้เจ้าของแบรนด์ทุกคนสนุกกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และมียอดขายปังๆ นะคะ! ถ้าสงสัยตรงไหน อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากโรงงานโดยตรงเพื่อข้อมูลที่เป๊ะที่สุดค่ะ สู้ๆ นะคะซิส!